แชร์

พิษสุนัขบ้าในแมว อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม!

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ค. 2024

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เป็นโรคร้ายแรงที่สามารถเกิดขึ้นได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด รวมถึงน้องแมวด้วยเช่นกัน โรคนี้มีสาเหตุมาจากไวรัสที่มีชื่อว่า Rabies virus ซึ่งสามารถติดต่อผ่านการถูกกัดหรือถูกข่วนจากสัตว์ที่ติดเชื้อ ความรุนแรงของโรคนี้อยู่ที่อาการที่เกิดขึ้นกับระบบประสาท และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต บทความนี้จะกล่าวถึงอาการที่แมวแสดงเมื่อเป็นโรคพิษสุนัขบ้า สาเหตุของการติดเชื้อ วิธีการป้องกัน และการรักษาโรคนี้


อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในแมว

อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในแมวจะแสดงอาการดุร้ายมากกว่าสุนัข โดยอาการโรคพิษสุนัขบ้าในแมวสามารถแบ่งออกเป็นสองระยะหลัก ได้แก่ ระยะฟูเรียส (furious stage) และระยะพาราลิติก (paralytic stage) ซึ่งแต่ละระยะมีลักษณะอาการที่แตกต่างกัน

1. ระยะฟูเรียส (Furious Stage):
  • ลักษณะกายภาพที่เปลี่ยนไป: น้องแมวมีอาการพองขน กางอุ้งเล็บออก
  • การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรม: น้องแมวอาจมีอาการหงุดหงิด ก้าวร้าว กังวลใจมากขึ้นหรือมีลักษณะหวาดระแวงเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ตลอดเวลา
  • เสียงร้องเปลี่ยนไป: น้องแมวอาจมีเสียงร้องที่ผิดปกติหรือเปลี่ยนไปจากเดิม รวมถึงมีอาการส่งเสียงดังเป็นพักๆ
  • การเคลื่อนไหวที่ไม่ประสานกัน: น้องแมวอาจมีอาการเดินเซหรือเดินไม่ตรง
  • การกัดหรือข่วนอย่างรุนแรง: น้องแมวอาจมีอาการกัดหรือข่วนโดยที่ไม่สามารถควบคุมได้


2. ระยะพาราลิติก (Paralytic Stage):

ในระยะนี้จะสังเกตได้ยาก เนื่องจากน้องแมวจะแสดงอาการป่วยเหมือนสัตว์เป็นโรคอื่นๆ เช่น โรคหวัด สุนัขหรือแมวจะหลบไปนอนในที่เงียบๆ ไม่แสดงอาการดุร้าย แต่อาการจะกำเริบมากขึ้น โดยสังเกตอาการได้ดังนี้ :

  • อัมพาตบางส่วน: น้องแมวอาจมีอาการอัมพาตบางส่วน เช่น ขาหลังอ่อนแรง หรือมีปัญหาในการกลืน
  • อาการน้ำลายไหล: น้องแมวอาจมีน้ำลายไหลมากกว่าปกติ
  • การสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ: น้องแมวอาจมีอาการกล้ามเนื้อสั่นหรือสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อในบางส่วนของร่างกาย

สองระยะนี้ของโรคพิษสุนัขบ้าในแมวไม่จำเป็นต้องเกิดต่อเนื่องกัน แมวที่ติดเชื้ออาจแสดงอาการของระยะฟูเรียส (Furious Stage) หรือระยะพาราลิติก (Paralytic Stage) ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการพัฒนาของโรคในแมวแต่ละตัว โดยแมวบางตัวอาจแสดงอาการของระยะฟูเรียสเพียงอย่างเดียว ในขณะที่แมวตัวอื่นอาจแสดงอาการของระยะพาราลิติกเพียงอย่างเดียว หรืออาจมีอาการของทั้งสองระยะในช่วงเวลาที่แตกต่างกันได้


สาเหตุของโรคพิษสุนัขบ้าในแมว

สาเหตุหลักของโรคพิษสุนัขบ้ามาจากการติดเชื้อไวรัส Rabies virus ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านการถูกกัดหรือถูกข่วนจากสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น สุนัข แมว และสัตว์ป่าอื่น ๆ เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายของแมว มันจะเดินทางไปยังสมองผ่านระบบประสาท และทำให้เกิดอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท

การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในแมว

การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในแมวเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากโรคนี้ไม่มีการรักษาที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นการป้องกันโรคจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

  • การฉีดวัคซีน: การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แมวเป็นวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด วัคซีนสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อและลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรค
  • การควบคุมสัตว์เลี้ยง: ควรควบคุมการเข้าออกของแมวในบ้านหรือบริเวณที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้แมวไปสัมผัสกับสัตว์ที่อาจติดเชื้อ
  • การสังเกตอาการ: ควรสังเกตพฤติกรรมและสุขภาพของแมวอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติควรนำแมวไปพบสัตวแพทย์ทันที


การรักษาโรคพิษสุนัขบ้าในแมว

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคพิษสุนัขบ้าที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากแมวติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า การรักษาส่วนใหญ่จะเป็นการดูแลตามอาการ และการป้องกันไม่ให้แพร่กระจายโรคไปยังสัตว์หรือคนอื่น ๆ ดังนั้นการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนและการควบคุมการเข้าออกของแมวจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

บทสรุป

โรคพิษสุนัขบ้าในแมวเป็นโรคที่ร้ายแรงและอันตราย หากแมวติดเชื้อโรคนี้อาจทำให้เกิดอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต การป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีนและการควบคุมการเข้าออกของแมวเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ดังนั้นเจ้าของแมวควรให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและคอยหมั่นสังเกตุอาการ รวมถึงดูแลสุขภาพของแมวที่คุณรักอย่างใกล้ชิด

อ้างอิง
  1. Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
  2. World Health Organization (WHO)
  3. American Veterinary Medical Association (AVMA)
  4. สำนักข่าวสุขภาพ สสส.

บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไม Maru ไม่บีบต่อมก้นแมว?
เพราะเราเชื่อว่า เรื่องนี้…ควรให้สัตวแพทย์ดูแล
18 มิ.ย. 2025
เชื้อราในแมว... ปัญหาผิวหนังที่แก้ได้ด้วย 'วินัย' และ 'ความสะอาด' (ฉบับมืออาชีพ)
เชื้อราในแมวเป็นปัญหาที่พบบ่อย สามารถทำให้แมวมีอาการผิวหนังแดง คัน และผิวแห้ง เชื้อราสามารถแพร่กระจายไปยังมนุษย์ได้ ดังนั้นควรดูแลสุขอนามัยบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อราในแมว
2 ก.ค. 2024
แยกให้ออก! ‘เชื้อรา’ vs ‘โรคผิวหนังทั่วไป’ ในแมว: วิธีสังเกตและดูแลสุขอนามัยฉบับมืออาชีพ
แยกให้ออก! ‘เชื้อรา’ vs ‘โรคผิวหนังทั่วไป’ ในแมว: วิธีสังเกตและดูแลสุขอนามัยฉบับมืออาชีพ
22 ก.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy