แชร์

แมวเป็นโรคเอดส์ ไม่ต้องตกใจ แค่เข้าใจก็พอ

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ค. 2024

โรคเอดส์แมว หรือที่รู้จักกันในชื่อทางการแพทย์ว่า Feline Immunodeficiency Virus (FIV) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของแมว แม้ว่าชื่อของโรคอาจทำให้หลายคนตกใจ แต่ความจริงแล้วโรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงเท่าที่หลายคนเข้าใจ การรู้จักและเข้าใจโรคนี้จะช่วยให้เจ้าของแมวสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของตนได้อย่างเหมาะสม

 

โรคเอดส์แมวคืออะไร?

โรคเอดส์แมวเกิดจากเชื้อไวรัส FIV ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูลเดียวกับ HIV ในมนุษย์ แต่เป็นสายพันธุ์ที่เฉพาะเจาะจงกับแมวเท่านั้น FIV จะเข้าไปทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันของแมว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคฉวยโอกาสต่าง ๆ

 

สาเหตุของโรคเอดส์แมว

โรคเอดส์แมวเกิดจากการติดเชื้อไวรัส FIV ซึ่งเป็นไวรัสที่อยู่ในกลุ่ม Retrovirus ไวรัสนี้จะแพร่กระจายผ่านการกัดหรือการต่อสู้ระหว่างแมว โดยเฉพาะแมวตัวผู้ที่ไม่ได้ทำหมันและมีพฤติกรรมการต่อสู้กันบ่อยๆ ซึ่งจะพบมากในแมวเพศผู้ที่มีนิสัยก้าวร้าวและเลี้ยงแบบปล่อย เนื่องจากมีโอกาสสัมผัสเชื้อมากกว่า รวมถึงการติดเชื้อผ่านทางแม่สู่ลูกแมวผ่านทางน้ำนมก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน แต่พบได้น้อยกว่า


การติดต่อของโรค : FIV ติดต่อระหว่างแมวด้วยกันเป็นหลัก โดยวิธีการติดต่อที่พบบ่อยที่สุดคือ:
  • การกัดกันอย่างรุนแรง: น้ำลายของแมวที่ติดเชื้อสามารถเข้าสู่กระแสเลือดของแมวตัวอื่นผ่านบาดแผลได้
  • การผสมพันธุ์: แม่แมวที่ติดเชื้อสามารถส่งต่อไวรัสให้ลูกแมวได้
  • การใช้อุปกรณ์ร่วมกัน: เช่น ชามอาหาร ชามน้ำ หรือกระบะทราย (แม้จะพบได้น้อยกว่าสองวิธีแรก)


***--ทั้งนี้ FIV ไม่สามารถติดต่อสู่มนุษย์หรือสัตว์ชนิดอื่นได้--*

 

อาการของโรคเอดส์แมว

อาการของแมวที่ติดเชื้อ FIV อาจไม่แสดงออกทันที แต่จะมีการแสดงอาการเมื่อภูมิคุ้มกันของแมวถูกทำลายมากขึ้น อาการที่พบบ่อยได้แก่:

  • อ่อนแอ และซึมเศร้า: แมวจะมีพฤติกรรมเงียบลง ไม่ค่อยเคลื่อนไหว
  • เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด: แมวจะมีความอยากอาหารลดลง ทำให้น้ำหนักตัวลด
  • เป็นไข้บ่อย: เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
  • การติดเชื้อเรื้อรัง: แมวอาจมีการติดเชื้อที่ตา ปาก หู หรือผิวหนังบ่อยๆ
  • โรคเหงือกอักเสบ และฟันหลุด: แมวอาจมีปัญหาเกี่ยวกับฟันและเหงือก
  • ท้องเสียเรื้อรัง: การติดเชื้อที่ระบบทางเดินอาหาร

 


การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยโรคเอดส์แมวทำได้โดยการตรวจเลือด ซึ่งมี 2 วิธีหลัก:
  • การตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อ FIV (ELISA test): เป็นการตรวจเบื้องต้นที่ทำได้รวดเร็ว
  • การตรวจยืนยันด้วยวิธี Western blot: เป็นการตรวจที่แม่นยำกว่า มักใช้ยืนยันผลบวกจากการตรวจ ELISA

สัตวแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจซ้ำหลังจาก 2-3 เดือน เพื่อยืนยันผล โดยเฉพาะในกรณีของลูกแมวที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน เนื่องจากอาจได้รับแอนติบอดีจากแม่



การรักษาโรคเอดส์แมว

ขณะนี้ยังไม่มีการรักษาโรคเอดส์แมวที่สามารถกำจัดไวรัส FIV ได้อย่างสมบูรณ์ การรักษาจะเป็นการดูแลแมวที่ติดเชื้อเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยรวมถึง:

  • การรักษาอาการที่เกิดขึ้น: ให้ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านไวรัสสำหรับการติดเชื้อที่เกิดขึ้น
  • การดูแลสุขภาพทั่วไป: การให้อาหารที่มีคุณภาพ การตรวจสุขภาพประจำปี การฉีดวัคซีนและการทำหมัน
  • การจัดการความเครียด: การให้สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ และการหลีกเลี่ยงความเครียด
  • การป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติม: หลีกเลี่ยงการนำแมวออกนอกบ้านเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้ออื่นๆ


การป้องกันสำหรับโรคเอดส์แมว

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับเชื้อ FIV ดังนี้:

  • ทำหมันแมว: เพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าวและการออกไปนอกบ้าน
  • เลี้ยงแมวในบ้าน: ลดโอกาสการสัมผัสกับแมวจรจัดที่อาจติดเชื้อ
  • แยกแมวที่ติดเชื้อ: หากมีแมวหลายตัว ควรแยกแมวที่ติดเชื้อออกจากตัวอื่น
  • ตรวจเลือดก่อนรับแมวใหม่: เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่แมวตัวอื่นในบ้าน
  • วัคซีน: มีวัคซีนป้องกัน FIV สำหรับน้องแมว

 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคเอดส์แมว!!

มีความเข้าใจผิดหลายประการเกี่ยวกับโรคนี้ ที่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง:

  • FIV ไม่ใช่โรคที่ต้องการุณยฆาต: แมวที่ติดเชื้อสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพได้หลายปี
  • FIV ไม่ติดต่อสู่มนุษย์: เชื้อนี้เฉพาะเจาะจงกับแมวเท่านั้น
  • แมวที่ติดเชื้อ FIV ไม่จำเป็นต้องแยกออกจากแมวตัวอื่นเสมอไป: หากไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสามารถทำได้

 

บทสรุป

โรคเอดส์แมวเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของแมวอย่างร้ายแรง การรับรู้และการป้องกันโรคนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เลี้ยงแมว การทำหมัน การควบคุมแมวในบ้าน และการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันโรคนี้ เพื่อให้แมวของคุณมีสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว หากคุณสงสัยว่าแมวของคุณอาจติดเชื้อ FIV ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • Feline Immunodeficiency Virus (FIV) Infection, Cornell University College of Veterinary Medicine, https://www.vet.cornell.edu.
  • FIV (Feline Immunodeficiency Virus), American Association of Feline Practitioners, https://catvets.com.
  • Feline Immunodeficiency Virus (FIV), International Cat Care, https://icatcare.org.
  • Feline Immunodeficiency Virus (FIV), PetMD, https://www.petmd.com.
  • Little, S., Sears, W., Lachtara, J., & Bienzle, D. (2009). Seroprevalence of feline leukemia virus and feline immunodeficiency virus infection among cats in Canada. The Canadian Veterinary Journal, 50(6), 644.
  • Litster, A. L. (2014). Transmission of feline immunodeficiency virus (FIV) among cohabiting cats in two cat rescue shelters. The Veterinary Journal, 201(2), 184-188.

บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำหมันแมว: ทางเลือกที่ใช่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของเจ้าเหมียว
เคยคิดไหมว่าการทำหมันแมวจะเปลี่ยนชีวิตแมวของคุณได้อย่างไร? นอกจากจะลดปัญหาการเกิดลูกแมวที่ไม่ได้วางแผนแล้ว การทำหมันยังช่วยส่งเสริมสุขภาพและพฤติกรรมที่ดีขึ้นในแมวของคุณด้วย มาดูกันว่าทำไมการทำหมันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรรู้!
1 ส.ค. 2024
หลังทำหมัน แมวอาบน้ำได้ไหม? คำตอบคือ....
หลังทำหมัน น้องแมวอาบน้ำได้ไหม? ได้! แต่ต้องดูแลให้ถูกวิธี มาอาบกับช่างผู้เชี่ยวชาญที่ Maru Cat Grooming สบายตัว ปลอดภัย หายห่วง
19 มิ.ย. 2025
คลาสเรียนอาบน้ำแมว สำหรับดูแลแมวตัวเอง
อยากอาบน้ำและดูแลแมวของคุณเองอย่างถูกวิธี? ที่ Maru Master Class เราสอนเจ้าของแมวให้ฝึกครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตัดเล็บ เช็ดหู อาบน้ำ ไปจนถึงการเป่าขน ด้วยมาตรฐาน 4S+ Grooming System™ ที่ใช้จริงในร้าน Maru Cat Grooming ดูแลแมวมามากกว่า 3,000 ตัว เหมาะสำหรับเจ้าของแมวที่อยากเรียนรู้การดูแลน้องอย่างปลอดภัย อบอุ่น และมั่นใจ ว่าสามารถอาบน้ำแมวได้เองที่บ้าน
14 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy